โบรกเกอร์มีลุ้นถือ 2 ไลเซ่นส์ คปภ.แย้มแก้ก.ม.ใหม่อาจเพิ่มทุนจดทะเบียน

คปภ. อนุญาตให้แบงก์ถือใบอนุญาตได้ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ขณะที่บริษัทนายหน้าประกันภัยต้องแยกบริษัท ซึ่งถือเป็น 2 มาตรฐานที่อยากให้คปภ.แก้ไข

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 2,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

ทราบว่าขณะนี้ทางคปภ.กำลังจะแก้ไขกฎหมายข้อนี้ โดยให้บริษัทโบรกเกอร์ที่มีความพร้อมในการขายทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย สามารถที่จะยื่นขอใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภทนี้ได้ ถึงฤดูกาลผลัดเปลี่ยนใน “สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย” อีกวาระซึ่งโฉมหน้าคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดนี้เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ จึงน่าสนใจไม่น้อยกับบทบาทของสมาคมฯ ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและกฎหมายใหม่ๆ ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ

ในเรื่องของกฎหมายต่างๆ นั้น ประเด็นหนึ่งที่ทางสมาคมฯ ไม่เห็นด้วยคือ การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุญาตให้แบงก์ถือใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) เป็นโบรกเกอร์ได้ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ขณะที่บริษัทนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลไม่สามารถทำได้ต้องแยกบริษัท ซึ่งถือเป็น 2 มาตรฐานที่อยากให้คปภ.แก้ไข

“ทราบว่าขณะนี้ทางคปภ.กำลังจะแก้ไขในกฎหมายข้อนี้ โดยให้บริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่มีความพร้อมในการขาย ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยสามารถที่จะยื่นขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจทั้ง 2 ประเภทนี้ได้ แต่จะเป็นเมื่อใดนั้นยังไม่ทราบเงื่อนเวลาที่แน่นอน ซึ่งหากแก้ไขได้ก็จะทำให้ปัญหานี้หมดไป”

ทั้งนี้ เชื่อว่าคปภ.คงจะต้องออกกฎเกณฑ์ใหม่ในการเป็นบริษัทโบรกเกอร์เดียวถือ 2 ใบอนุญาตดังกล่าว ในแง่ของทุนจดทะเบียนและแบงก์การันตี เพื่อเป็นเงินสำรอง รวมไปถึงโบรกเกอร์ที่ถือใบอนุญาตเดียวในปัจจุบัน หากจะขอถือ 2 ใบอนุญาตควรจะต้องทำอย่างไร ซึ่งปัจจุบันนายหน้าประกันภัยที่ถือใบอนุญาต ขายประกันภัยประเภทเดียวจะต้องมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท และต้องมีแบงก์การันตี 1 ล้านบาท แต่หากถือใบอนุญาตขายทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยในบริษัทเดียวมองว่าสมควรต้องปรับเพิ่มขึ้น โดยทุนจดทะเบียนน่าจะเป็น 5 ล้านบาท และมีแบงก์การันตี 3 ล้านบาท จึงจะเหมาะสม

อย่างไรก็ดี นอกจากปรับเพิ่มทุนจดทะเบียนและแบงก์การันตีแล้ว ยังมีการให้เขียนแผนงานดำเนินธุรกิจ 5 ปีด้วย ทำให้มองว่าการแก้ไขกฎหมายของคปภ. ในครั้งนี้ยังเป็นการตัดวงจรพวกถือใบอนุญาตไว้แล้วเอามาเร่ขายด้วย ซึ่งหากว่าปรับเพิ่มเกณฑ์ใหม่ก็จะต้องทำให้คนเหล่านี้หายไปจากวงจร ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ไลเซ่นส์โบรกเกอร์ประกันภัยมีราคาแพงขึ้น แต่ก็ทำให้เหลือแต่โบรกเกอร์ที่มีความตั้งใจจริงในการดำเนินธุรกิจและเป็นมืออาชีพ

สำหรับนโยบายของสมาคมฯ อันดับแรก เน้นเรื่องของการส่งเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยตั้งทีมงานขึ้นมาชุดหนึ่ง ดูแลด้านการส่งเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัยในทุกด้าน ทั้งการทำประชาสัมพันธ์ การทำกิจกรรมร่วมกับคปภ. และหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ ยังตั้งทีมงานอีกชุดหนึ่งดูแลด้านงานวิจัย เพื่อให้สมาชิกนำข้อมูลมาใช้เป็นประโยชน์ต่อยอดในการทำธุรกิจได้

“เราจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของนายหน้าประกันภัย และจะมีกิจกรรมสัมมนา โดยวางไว้ไตรมาสละ 1 ครั้ง เช่น ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้จะจัดสัมมนาเชิงวิชาการรูปแบบใหม่ ในหัวข้อ “มุมมืดของธุรกิจประกันภัยสิ่งที่ท่านต้องใส่ใจ” และเชิญวิทยากรจากสมาคมอู่กลาง มาให้ความรู้ในหัวข้อ “มุมมืดในเรื่องของอู่ซ่อมรถยนต์” ซึ่งจะทำให้ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก และยังจะมีการจัดกอล์ฟการกุศลในวันที่ 4 พฤศจิกายน เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมาสนับสนุนงานวิจัยของนักศึกษาที่เราจะให้ส่งประกวดกันเข้า มาถึงอนาคตของโบรกเกอร์ประกันภัยควรเป็นอย่างไร”

นอกจากนี้ ยังมุ่งเพิ่มสมาชิกจากปัจจุบันมีอยู่ 65 ราย ให้เป็น 150 รายภาย ใน 2 ปีในวาระที่ตนบริหาร ซึ่งปัจจุบันมีโบรกเกอร์ประกันภัยอยู่ถึง 700 บริษัท โดยจะมุ่งไปที่โบรกเกอร์รายใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งหากว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมาย อนาคตก็จะทำให้อัตราค่าสมาชิกลดลงจากปัจจุบันที่จัดเก็บในอัตราปีละ 10,000 บาทต่อรายได้

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายช่วยสมาชิกประนีประนอมข้อพิพาทเข้ามาด้วย โดยเชื่อว่าข้อพิพาทระหว่างนายหน้ากับบริษัทประกันภัยจะเกิดขึ้นสูงในอนาคต จากการที่บริษัทประกันภัยสามารถที่จะขายโดยตรงได้ “แม้พ.ร.บ.ประกันชีวิตจะกำหนดว่า ผู้ที่สามารถขายประกันชีวิตได้ต้องมีใบอนุญาตเป็นตัวแทน แต่อีกข้อที่เปิดช่องไว้ คือ เจ้าหน้าที่บริษัทประกันชีวิตสามารถขายประกันได้ในนามบริษัท ซึ่งข้อนี้เองที่เกิดปัญหา ถามว่าเจ้าหน้าที่บริษัทขายแล้ว กรมธรรม์ออกในนามใครเป็นผู้ขาย ซึ่งในความเป็นจริงก็ต้องเป็นบริษัท แต่ที่ผ่านมาไม่ใช่กลับเป็นออกในนามอินเฮ้าส์โบรกเกอร์หรือโบรกเกอร์ในเครือของบริษัทประกันชีวิตนั้นแทน ซึ่งกลายเป็นปัญหาแย่งงานกับโบรกเกอร์ทั่วไป”

นอกจากนี้ ในเรื่องของการโค้ดเบี้ยประกันภัย หากเป็นโบรกเกอร์ทั่วไปก็จะถูกโค้ดเบี้ยแพง แต่หากว่าซื้อตรงกับบริษัทหรือกับอินเฮ้าส์โบรกเกอร์ก็จะโค้ดเบี้ยถูกกว่า รวมไปถึงการขายผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) ซึ่งบริษัทประกันชีวิตบางแห่งในตอนแรกก็จะมาให้โบรกเกอร์ทำให้ ต่อมาเห็นตัวเลขดีก็กลับทำเอง มาตั้งคอลเซ็นเตอร์ขายเองและบางบริษัทประกันภัยรู้ว่าเป็นช่วงต่ออายุประกันภัย ก็จะออกสินค้าใหม่มาขายตัดหน้าโบรกเกอร์ก็มี ซึ่งบางครั้งทำให้โบรกเกอร์ถูกลูกค้าต่อว่า ว่าเอารายชื่อไปให้บริษัทอื่นโทร.มาขายก็สร้างความเสียหายให้กับโบรกเกอร์ก็มี“ ได้หารือกับสมาคมประกันชีวิตไทยถึงปัญหาอินเฮ้าส์โบรกเกอร์ โดยแจ้งให้ทราบว่าทางสมาคมนายหน้าฯ จะผลักดันขอให้ คปภ. แก้ไขกฎหมายในข้อนี้ ขณะเดียวกันก็จะช่วยบริษัทสมาชิกในกรณีเกิดปัญหาข้อพิพาทกับบริษัทประกันภัยในแง่ของข้อกฎหมายต่างๆ”

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
This entry was posted in ข่าวประกันภัย, บริษัทประกันภัย, ประกันภัย and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>