ตลาด ประกันภัยรถยนต์ รุกเพิ่มค่าดีดักฯ

เฮโลออก ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 จับกลุ่ม รถยนต์ คันแรก เบี้ยต่ำหมื่น ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกสูงถึง 5 พันบาท แข่งดุ-ป้ายแดงล้น

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวม ประกันภัยรถยนต์ มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?ui=news&tag=other&interface=detail&id=693

ผู้อำนวยการฝ่าย ประกันภัยรถยนต์ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาด ประกันภัยรถยนต์ ขณะนี้ ทวีความรุนแรงในการแข่งขันขึ้น เห็นได้จากหลายบริษัทหันมาใช้กลยุทธ์ การปรับลดเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ลง หันไปปรับเพิ่มค่ารับผิดส่วนแรก (Deductible) หรือดีดัก จากเดิมอยู่ที่ระดับ 1-3 พันบาท โดยบางรายปรับสูงขึ้นถึงระดับ 5 พันบาท ราคาขึ้นอยู่กับแคมเปญ และนโยบายของแต่ละบริษัท

สำหรับปัจจัยการปรับเพิ่มค่าดีดัก เกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1. การแข่งขันของธุรกิจ ประกันภัย โดยค่าดีดักยิ่งสูงค่าเบี้ย ประกันภัย ยิ่งถูกลง 2. บริษัท ประกันภัย นิยมใช้ค่าดีดัก ในการกำหนดความถี่การเคลม ประกันภัยรถยนต์ ของ รถยนต์ ขนาดเล็ก เสมือนเป็นการปรับนิสัยผู้ขับขี่ให้มีวินัยมากขึ้น ดังนั้น ลูกค้าต้องชั่งใจ และพิจารณาเงื่อนไขการรับ ประกันภัย อย่างรอบคอบ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องการเรียกเคลม ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินค่าดีดักในทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นต้นทุนของผู้ใช้ รถยนต์ เอง

“ทิพยเอง ก็มีการปรับเพิ่มค่าดีดักเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็น รถยนต์ ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น รถยนต์ กระบะ รถยนต์ รับจ้างประจำทางและไม่ประจำทาง รถยนต์ ขนาดเล็ก หรือกระทั่ง รถยนต์ เชิงพาณิชย์ โดยค่าดีดักของบริษัทฯ จะอยู่ระหว่าง 3-5 พันบาทต่อเหตุการณ์”

ด้านรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มิตรแท้ ประกันภัย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจ ประกันภัย ปีนี้ ยังคงรุนแรงตามปริมาณการส่งมอบ รถยนต์ ในโครงการ รถยนต์ คันแรกที่สูงขึ้น ถือเป็นโอกาสของมิตรแท้ในการเข้าไปขยายตลาด รถยนต์ เล็ก ล่าสุดบริษัทได้ออก ประกันภัยรถยนต์ “มิตรแท้ 1 เดียว” ซึ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 (ภาคสมัครใจ) คิดเบี้ย ประกันภัย ราคาพิเศษ 9.9 พันบาท คุ้มครองสูงสุด 9 แสนบาท โดยผู้เอา ประกันภัย จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกจำนวน 5 พันบาท ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีประวัติการขับ รถยนต์ ที่ดี เนื่องจากจะช่วยประหยัดค่าเบี้ย ประกันภัย ลง จากราคาปกติอยู่ในระดับสูงตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป และสามารถซื้อโดยไม่ต้องตรวจสภาพรถ ทั้งนี้กรมธรรม์ดังกล่าว คาดว่าจะทำให้เบี้ย ประกันภัย รับถึงสิ้นปีของบริษัทเพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท และทำให้บริษัทสามารถขยายฐาน รถยนต์ ขนาดเล็กเพิ่มขึ้น จากส่วนแบ่งทางการตลาด รถยนต์ ขนาดเล็กเดิมอยู่ที่ 2% ของตลาดรวม

ขณะที่กรรมการผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับเกมการแข่งขัน โดยใช้ค่าดีดักเป็นตัวกำหนดผลิตภัณฑ์ใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะตลาด ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 แต่ขณะนี้เริ่มเห็นการนำมาใช้ในการ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 บ้างแล้ว แต่ยังเป็นภาคสมัครใจ ขณะที่ตลาดในต่างประเทศมีการบังคับใช้อย่างแพร่หลาย โดยให้ผู้ทำ ประกันภัย จะต้องระบุประเภทดีดัก เพื่อป้องกันความเสี่ยง และทำให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังมากขึ้น

“ราคาดีดักจะสอดรับกับค่าเบี้ย ประกันภัย คือถ้าดีดัก 1-5 พันบาท ก็จะได้รับส่วนลด 1-5 พันบาท ส่วนอัตรา 5,001 บาทขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 0.1% บริษัทมองว่าเป็นโอกาสที่ดี แต่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ปีกว่าจะได้รับความนิยม”

ขณะที่รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การซื้อดีดักสำหรับประกันภัยรถยนต์ชั้น1 มีสัดส่วนไม่ถึง 10% แต่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น2 และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ส่วนใหญ่จะกำหนดค่าดีดักไว้แล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ซื้อในการเลือกใช้บริการ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
This entry was posted in ประกันภัยรถยนต์ and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.